นั่งทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เกิดอะไรขึ้นกับหลังบ้าง
ท่านั่งทำให้หมอนรองกระดูกบั้นเอวรับแรงกดมากกว่าท่ายืน และการนั่งโน้มตัวไปข้างหน้าเพิ่มแรงกดขึ้นไปอีก การนั่งต่อเนื่องยังทำให้สารอาหารซึมเข้าหมอนรองกระดูกได้น้อยลง กล้ามเนื้อสะโพกหดสั้น และกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอ่อนแรง วิธีแก้ที่ได้ผลที่สุดไม่ใช่การหาเก้าอี้ที่แพงที่สุด แต่คือการลุกขึ้นเปลี่ยนท่าทุก 30–45 นาที
นั่งกดหลังมากกว่ายืน
หลายคนเข้าใจว่าการนั่งคือการพัก แต่สำหรับหมอนรองกระดูกบั้นเอวแล้วตรงกันข้าม การนั่งทำให้เชิงกรานหมุนไปข้างหลังและแนวโค้งธรรมชาติของบั้นเอวหายไป แรงจึงไปลงที่ขอบหน้าของหมอนรองกระดูกมากกว่าปกติ
การนั่งโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อดูจอ ยิ่งเพิ่มแรงกดขึ้นไปอีก และเป็นท่าที่คนทำงานส่วนใหญ่อยู่ในนั้นเกือบทั้งวันโดยไม่รู้ตัว
สามอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อนั่งนานทุกวัน
หนึ่ง สารอาหารซึมเข้าหมอนรองกระดูกได้น้อยลง เพราะการซึมต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงแรงกดจากการขยับตัว
สอง กล้ามเนื้อสะโพกด้านหน้าหดสั้นลงจากการงออยู่ในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้เวลาลุกยืนจะดึงเชิงกรานไปข้างหน้าและเพิ่มแรงแอ่นที่บั้นเอว
สาม กล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังที่ทำหน้าที่พยุงกระดูกสันหลังทำงานน้อยลงเรื่อย ๆ จนอ่อนแรง น้ำหนักที่ควรกระจายไปที่กล้ามเนื้อจึงไปลงที่หมอนรองกระดูกแทน
เริ่มดูแลกระดูกสันหลังและข้อต่อ
ชุดพื้นฐานสองตัวหลัก ยูโปรเฟ็กและยูนิออย ทานได้ 30 วัน ส่งฟรี เก็บเงินปลายทางได้
ปรับได้เลยวันนี้ ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม
ตั้งนาฬิกาเตือนทุก 45 นาที ให้ลุกเดินหรือยืนสัก 2–3 นาที การเปลี่ยนท่าบ่อย ๆ สำคัญกว่าการหาท่านั่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วนั่งค้างไว้ทั้งวัน
ม้วนผ้าขนหนูเป็นแท่งเล็ก ๆ หนุนไว้ที่หลังส่วนล่างตรงระดับเข็มขัด เพื่อคงแนวโค้งธรรมชาติของบั้นเอวไว้
ยกจอให้ขอบบนอยู่ระดับสายตา และเลื่อนเก้าอี้เข้าใกล้โต๊ะ เพื่อไม่ต้องยื่นคอไปข้างหน้า
วางเท้าราบกับพื้นทั้งสองข้าง ถ้าเท้าลอยให้หาที่วางเท้ามารอง
คนขับรถและคนขี่มอเตอร์ไซค์ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเดียวกัน
การขับรถรวมสองปัจจัยเข้าด้วยกัน คือท่านั่งที่หลังงอ กับแรงสั่นสะเทือนจากตัวรถที่ส่งขึ้นมาที่กระดูกสันหลังตลอดเวลา
ถ้าต้องขับรถนาน ควรจอดพักและลงมายืดตัวทุก 1–2 ชั่วโมง และปรับเบาะให้หลังส่วนล่างมีที่รองรับ
บทความนี้เป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล